กายภาพบำบัดที่บ้าน 

  = Home Health Care = 

”  บริการไปทำกายภาพบำบัดให้ท่านถึงที่บ้านโดยนักกายภาพบําบัดมืออาชีพ  “

 

Home Health Care

”  กายภาพบำบัดที่บ้าน บริการไปทำกายภาพบำบัดให้ท่านถึงที่บ้านโดยนักกายภาพบําบัดมืออาชีพ  ” 

                บริการกายภาพบำบัดที่บ้านสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง อัมพฤกษ์ อัมพาต แขน ขา อ่อนแรง เดินไม่ได้ ฟื้นฟูหลังผ่าตัด ให้กลับมาใช้ชีวิตปกติ

               การบำบัดและการรักษาโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต แขน ขา อ่อนแรง เดินไม่ได้ ปัจจุบันประเทศไทยของมีป่วยโรคเกี่ยวกับสมองเป็นจำนวนมากและยังมีปัญหาในการดูแลอยู่พอสมควร ทาง BKK คลินิกกายภาพบำบัดได้ตระหนักและมองเห็นถึงปัญหานี้ โดยคลินิกเรามีความพร้อมที่จะดูแลท่านและมีบริการทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูถึงบ้านด้วยครับ
โดยโรคและอาการที่เหมาะสมในการทำกายภาพบำบัด เช่น
– ผู้ป่วยที่มีปัญหาหลอดเลือดสมอง ในการฟื้นฟูกำลังกล้ามเนื้อจะมีช่วงเวลานาทีทอง คือช่วง 3-6 เดือนแรกหลังจากการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง จะทำให้การฟื้นตัวได้เร็วและชัดเจนกว่าเนื่องจากเป็นช่วงที่สมองกำลังฟื้นตัว
– ผู้ป่วยทางระบบประสาท
– อัมพาตครึ่งซีก (เกิดจากเส้นเลือดในสมอกแตก ตีบ หรืออุดตัน )
– อัมพาตครึ่งท่อน (เกิดจากการบาดเจ็บที่ไขสันหลัง )
– มีอาการอ่อนแรงของแขนและหรือขา
– ผู้ป่วยพาร์กินสัน

ผู้สูงอายุจะเกิดการเสื่อมของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เกิดการเสื่อมของระบบต่างๆ ในร่างกาย มีปัญหาการทรงตัวทำให้เลี่ยงต่อการล้ม เพื่อประสิทธิภาพในการช่วยเหลือตัวเองในชีวิตประจำวันครับ

กายภาพบำบัดที่บ้าน / กายภาพบำบัดตามบ้าน / กิจกรรมบำบัดที่บ้าน / กายภาพบำบัดผู้สูงอายุที่บ้าน / กายภาพบำบัดคนป่วยโรคอัมพฤกษ์อัมพาตที่บ้าน / นวดเปิดท่อน้ำนม / กายภาพบำบัดคนป่วยติดเตียง / ฝึกกลืนที่บ้าน / กายภาพบำบัดผู้ป่วยที่เพิ่งจะออกจากโรงพยาบาล …
บริการไปทำกายภาพบำบัดให้ท่านถึงที่บ้านโดยนักกายภาพบําบัดมืออาชีพ
โทรหาเราสิครับ ปัญหานี้เราแก้ ให้คุณได้แน่นอน 097-0436569 ครับผม

 

 

 

               กายภาพบำบัดคนป่วยติดเตียง เดินไม่ได้

ปัจจุบันในปัจจุบันประเทศไทยของเรามีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น หรือจะเรียกได้ว่าเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัวแล้ว ขณะเดียวกันจำนวนผู้สูงอายุที่พอจะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และผู้สูงอายุติดเตียงที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ก็มีมากขึ้นตามไปด้วย และในการดูแลผู้สูงอายุนั้นจะต้องเอาใจใส่สังเกตทั้งเรื่องสุขภาพร่างกายและสุขภาพใจ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี คนในครอบครัวต้องเข้าใจปัญหาต่างๆ ของผู้สูงอายุ รวมไปถึงการดูแลอย่างถูกต้องและเหมาะสม
โดยปกติผู้สูงอายุคือ ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เมื่อร่างกายเจริญเติบโตถึงขีดสุดแล้ว การเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายจะเป็นไปในด้านเสื่อมสลาย มากกว่าการสร้างเสริม

เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุการทำงานของระบบประสาทจะช้าลง และมีโรคประจำตัวเดิมที่มีอยู่แล้ว โดยการดูแลผู้สูงอายุที่มีประสิทธิภาพจะต้องดูแลให้ครบทุกด้าน เช่น ด้านโภชนาการอาหาร สุขภาพจิตใจ และรวมถึงการออกกำลังกายและการทำกายภาพบำบัดควบคู่ไปด้วยจะช่วยลดการเสื่อมสภาพของร่างกายได้ ในกรณีผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองได้ถ้ามีกิจกรรม หรือการออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยให้ระบบกล้ามเนื้อ ระบบหลอดเลือดและหัวใจมีประสิทธิภาพที่ดี ช่วยให้มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น

     

ผู้สูงอายุติดเตียงที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

ผู้สูงอายุติดเตียง คือ ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองต้องนอนอยู่บนเตียงตลอดเวลา อาจเป็นเพราะเกิดการเจ็บป่วยจากอุบัติเหตุ การเจ็บป่วยจากโรคเรื้อรังที่เข้าสู่การลุกลามมากขึ้น จนส่งผลให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ไม่สมบูรณ์ ซึ่งบางคนอาจจะสามารถขยับแขนหรือขาได้บ้าง แต่ยังต้องมีคนช่วยเหลือในการทำกิจวัตรประจำวันทุกอย่าง เช่น การป้อนอาหาร ช่วยล้างหน้าแปรงฟัน ช่วยอาบน้ำ เป็นต้น ในครอบครัวที่มีผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียงอาศัยอยู่ด้วย คนในครอบครัวจะต้องสละเวลาส่วนใหญ่มาคอยดูแลผู้สูงอายุติดเตียงเหล่านี้ เพราะต้องได้รับการดูแลมากกว่าปกติ ทั้งทางด้านร่างกาย และสภาพจิตใจ
จำเป็นต้องระมัดระวังเรื่องแผลกดทับโดยการหมั่นพลิกตัว เปลี่ยนท่านอนของผู้สูงอายุทุกๆ 2 ชั่วโมง การขับถ่าย ควรหมั่นดูแลเรื่องความสะอาดและความเปียกชื้น การดูแลความสะอาดสิ่งแวดล้อมโดยรอบที่ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อของแผล ด้านอาหารควรเป็นอาหารที่ย่อยง่าย ลดภาวะท้องอืดและท้องผูก และมีสารอาหารที่ผู้สูงอายุต้องได้รับอย่างครบถ้วน การทำกายภาพบำบัดของผู้สูงอายุที่ต้องนอนติดเตียงให้ถูกต้องเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อต่อต่างๆ ติดขัด หรือการพาลงมานั่ง ยืน เพื่อกระตุ้นการทำงานของระบบต่างๆ เช่น ถ้าพานั่ง พายืน ก็จะช่วยเรื่องความดัน ระบบไหลเวียนเลือด ช่วยกระตุ้นกระเพราะปัสสาวะให้ทำงานจะช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงที่จะกลับเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลได้อีกทางครับ

#การดูแลผู้สูงอายุ #ผู้สูงอายุ #ผู้สูงอายุติดบ้าน #ผู้สูงอายุติดเตียง #คนป่วยติดเตียง

 

 

 

               กายภาพบำบัดคนป่วยโรคพาร์กินสัน

โรคพาร์กินสัน สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการของโรคนี้ ? โรคที่เกิดจาก ความเสื่อมของเซลล์สมอง โดยเฉพาะส่วนที่สร้างโดพามีน ( Dopamine ) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่จำเป็นต่อการทำงานของสมอง ทำให้โดพามีนมีปริมาณน้อยลง จึงส่งผลให้เกิดความผิดปกติของการเคลื่อนไหว
อาการและแนวทางการดำเนินโรค
อาการที่เกิดขึ้น
ตัวสั่นขณะอยู่เฉย ๆ เคลื่อนไหวช้า หน้านิ่ง พูดช้า เสียงค่อย น้ำลายไหล,
ตัวแข็งเกร็ง เดินลำบาก เดินไม่ได้ เดินซอยเท้าก้าวขาสั้น ๆ เท้าติดเวลาก้าวขา หกล้มบ่อย หลงลืม สับสน ซึมเศร้า วิตกกังวล เหงื่อออกมาก ท้องอืด ท้องผูก ปัสสาวะบ่อย ควบคุมการปัสสาวะไม่ได้ การรับรู้กลิ่นและรสไม่ดี มึนศีรษะเวลาลุกขึ้นเนื่องจากความดันโลหิตต่ำ
อาการของโรคจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากความเสื่อมของเซลล์สมอง ทำให้สูญเสียสมองส่วนที่ทำหน้าที่ในการผลิตสารสื่อประสาทไปและไม่สามารถสร้างขึ้นทดแทนใหม่ได้
วิธีการรักษา
1. การรักษาด้วยตัวเอง
ออกกำลังกายและฝึกตามที่นักกายภาพบำบัดแนะนำ
2. การรักษาทางกายภาพบำบัด
ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
ฝึกการประสานสัมพันธ์ (coordination)
ฝึกการทรงตัว
ฝึกการเดิน
กระตุ้นการรับรู้
3. การรักษาอื่น ๆ
ในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาโรคพาร์กินสันให้หายขาดหรือหยุดยั้งการดำเนินของโรคได้ ซึ่งวิธีการรักษาที่ใช้โดยทั่วไปมีดังนี้
การรักษาด้วยยา เป็นการรักษาตามอาการ โดยใช้ยาที่ออกฤทธิ์ที่ระบบโดพามีน
การรักษาโดยการผ่าตัดกระตุ้นสมองส่วนลึก (deep brain stimulation) เป็นวิธีการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังขั้วไฟฟ้าเพื่อไปกระตุ้นสมอง ใช้สำหรับรักษาผู้ป่วย #โรคพาร์กินสัน ซึ่งเคยได้รับการรักษาด้วยยา แต่มีอาการมากขึ้นจนการรักษาด้วยยาไม่ให้ผลดีเท่าที่ควร
การป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นอีกของโรคนี้
1. รับประทานยาชะลอการฝ่อลีบของสมอง และรักษาระดับความรุนแรงของโรคไม่ให้เพิ่มมากขึ้น
2. ออกกำลังกายเพื่อป้องกันการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อ

#พาร์กินสัน #กายภาพบำบัดคนป่วยพาร์กินสัน #คนป่วยเดินไม่ได้ #คนป่วยเดินก้าวสั้นๆ #กายภาพบำบัดคนสูงอายุ

 

 

 

               กายภาพบำบัดคนป่วยหลังผ่าตัด พักฟื้นที่บ้าน

โปรแกรมฟื้นฟูก่อนและหลังผ่าตัด ฟื้นฟูสมรรถภาพเพื่อกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติ “ปลอดภัย ไร้กังวล” ให้นักกายภาพบำบัดมืออาชีพได้ดูแลท่านและคนที่คุณรักนะครับ
การบำบัดฟื้นฟูก่อนและหลังผ่าตัดมีความจำเป็นอย่างมากในปัจจุบันเพราะจะสามารถช่วยลดเวลาการพักฟื้นในโรงพยาบาลและสามารถกลับไปทำงานและใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้น ปัจจุบันในต่างประเทศและโรงพยาบาลเอกชนใหญ่ ๆ ในประเทศไทยให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูก่อนและหลังการผ่าตัดมาก ๆ คือออกกำลังกายให้แข็งแรงก่อนผ่าตัดเพื่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดให้น้อยที่สุด ช่วยให้การฟื้นตัวหลังผ่าตัดนั้นง่ายขึ้นครับ
โดยโรคและอาการที่เหมาะสมในการทำกายภาพบำบัด เช่น
-การผ่าตัดถุงนํ้าดี
-การผ่าตัดลำไส้ใหญ่ เนื้องอก , ถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (diverticulitis)
-การผ่าตัดไส้เลื่อน ไส้เลื่อนขาหนีบ ไส้เลื่อนผนั งหน้าท้อง ไส้เลื่อนแผลผ่าตัด
-การผ่าตัดไส้ติ่ง
-การผ่าตัดไทรอยด์
-การผ่าตัดโรคกรดไหลย้อน
-การผ่าตัดลำไส้เล็ก เลาะพังผืด เนื้องอก
-การผ่าตัดกระเพาะอาหาร แผลกระเพาะอาหารทะลุ เนื้องอก
-การผ่าตัดม้าม ตับอ่อน ตับ
-การผ่าตัดลดน้ำหนัก (Sleeve Gastrectomy)
-การผ่าตัดแผลเล็กแบบแผลเดียว ( Single Port laparoscopic Surgery)
-การผ่าตัดเพื่อหาสาเหตุโรคในช่องท้องที่หาไม่พบโดยวิธีการตรวจอย่างอื่น
-ผ่าเข่า ผ่าเอ็นไขว้หน้าข้อเข่า
-ผ่าหลัง หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
-ผ่าตัดข้อและกระดูกต่าง ๆ
สรุปง่าย ๆ คือการผ่าตัดที่ต้องดมยาสลบยังมีภาวะแทรกซ้อนทางปอด หัวใจ และระบบอื่น ๆ ร่วมด้วย ถ้าร่างกายแข็งแรงมีความพร้อมที่จะเข้ารับการผ่าตัดภาวะแทรกซ้อนรวมถึงระยะเวลาในการพักฟื้นก็จะน้อยลงคะ เห็นแล้วใช่ไหมคะว่าการฟื้นฟูทำกายภาพบำบัดสำคัญแค่ไหน มีคำถามหรือข้อสงสัยสามารถสอบถามเราเพิ่มเติมได้ตลอดนะครับ

 

 

 

                  กายภาพบำบัดคนป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคเส้นเลือดสมอง

กายภาพบำบัดที่บ้านสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง อัมพฤกษ์ อัมพาต แขน ขา อ่อนแรง เดินไม่ได้ ฟื้นฟูหลังผ่าตัด ให้กลับมาใช้ชีวิตปกติ
การบำบัดและการรักษาโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต แขน ขา อ่อนแรง เดินไม่ได้ ปัจจุบันประเทศไทยของเรามีป่วยโรคเกี่ยวกับสมองเป็นจำนวนมากและยังมีปัญหาในการดูแลอยู่พอสมควร เราได้ตระหนักและมองเห็นถึงปัญหานี้ โดยเรามีความพร้อมที่จะดูแลท่านและมีบริการทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูถึงบ้านด้วยครับ
โดยโรคและอาการที่เหมาะสมในการทำกายภาพบำบัด เช่น
-ผู้ป่วยที่มีปัญหาหลอดเลือดสมอง ในการฟื้นฟูกำลังกล้ามเนื้อจะมีช่วงเวลานาทีทอง คือช่วง 3-6 เดือนแรกหลังจากการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง จะทำให้การฟื้นตัวได้เร็วและชัดเจนกว่าเนื่องจากเป็นช่วงที่สมองกำลังฟื้นตัว
-ผู้ป่วยทางระบบประสาท
-อัมพาตครึ่งซีก (เกิดจากเส้นเลือดในสมอกแตก ตีบ หรืออุดตัน )
-อัมพาตครึ่งท่อน (เกิดจากการบาดเจ็บที่ไขสันหลัง )
-มีอาการอ่อนแรงของแขนและหรือขา

โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต แขนขนอ่อนแรง เดินไม่ได้
อาการและแนวทางการดำเนินโรค
เมื่อสมองขาดเลือดจะทำให้ร่างกายอ่อนแรงเฉียบพลัน ปากเบี้ยว และยังทำให้ สมองไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ซึ่งอาการแสดงต่าง ๆ จะมากหรือน้อยขึ้นกับระดับความรุนแรงและตำแหน่งของสมองที่ถูกทำลาย เช่น
-ชาหรืออ่อนแรงที่ใบหน้า หรือบริเวณ แขนขาครึ่งซีกของร่างกาย
-พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว มุมปากตก น้ำลายไหล กลืนลำบาก สำลักน้ำลาย
-ปวดศีรษะ เวียนศีรษะทันทีทันใด กระทันหัน
-ตามัว มองเห็นภาพซ้อนหรือเห็นครึ่งซีก หรือตาบอดข้างเดียวทันทีทันใด
-เดินเซ ทรงตัวลำบาก อ่อนแรงกะทันหัน ยกแขนไม่ขึ้น

อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ในรายที่มี
ภาวะสมองขาดเลือดแบบชั่วคราว ( Transient ischemic attack : TIA )
อาจมีอาการเตือนเหล่านี้เกิดขึ้นชั่วขณะแล้วหายไปเอง หรืออาจเกิดขึ้นได้หลายครั้งก่อนจะมีอาการสมองขาดเลือดแบบถาวร ดังนั้นหากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น ควรรีบพบแพทย์ทันที อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต หรือหากไม่ถึงชีวิต ก็อาจทำให้กลายเป็น
#โรคอัมพาต #อัมพฤกษ์
วิธีการรักษา
1. การรักษาด้วยตัวเอง
การออกกำลังกายและฝึกตามที่นักกายภาพบำบัดแนะนำ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยง อาหารที่มีไขมันสูง หวานจัด เค็มจัด ทานยาสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง ทำกิจกรรมคลายเครียด
2. การรักษาทางกายภาพบำบัด
-เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยการออกกำลังกาย
-เพิ่มความยืดหยุ่น ลดภาวะเกร็งโดยการยืดคลายกล้ามเนื้อ
-ฝึกการประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อและข้อต่อ (coordination)
-ฝึกการทรงตัว
-ฝึกการเดิน
-ฝึกการใช้มือ
-ป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ข้อติด แผลกดทับ การเกร็ง
-ป้องกันภาวะปอดติดเชื้อ ภาวะความดันต่ำจากการเปลี่ยนท่าทาง กระดูกพรุน เป็นต้น
การป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นอีกของโรคนี้
1. ควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่ส่งเสริมให้หลอดเลือดเกิดการตีบ อุดตัน หรือแตก ในคนที่มีโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง คอยมั่นดูแลสุขภาพตัวเองสม่ำเสมอ เป็นต้น
2. ตรวจเช็กสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอตามแผนการรักษาของแพทย์ ห้ามหยุดยาเอง และควรรีบพบแพทย์ทันทีถ้ามีอาการผิดปกติ
3. ควบคุมระดับความดันโลหิต ไขมัน และน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ควบคุมอาหารให้สมดุล หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม หวาน มัน
4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม พักผ่อนให้เพียงพอ
5. งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภาวะที่ทำให้เกิดความเครียด
ถ้ามีอาการเตือนผิดปกติหรือไม่มั่นใจ ควรรีบมาพบแพทย์ หรือถ้ามีอาการให้รีบมาโรงพยาบาลให้ด่วนที่สุดห้ามรอเด็ดขาด อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างรุนแรง เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ และที่สำคัญควรมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด และเบอร์ติดต่อฉุกเฉินเสมอ

 

 

 

               กิจกรรมบำบัดที่บ้าน ฝึกกลืน ฝึกมือ ฝึกพัฒนาการในเด็ก

กิจกรรมบำบัดคืออะไร ? (Occupational therapy: OT)
ความหมายของกิจกรรมบำบัดคือการใช้กิจกรรมเป็นสื่อกลางในการบำบัดรักษาให้ผู้รับบริการสามารถกลับมาทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต เช่น การเข้าสังคม การอาบน้ำ ทานข้าว หรือกิจวัตรประจำวันเป็นต้นบทบาทของนักกิจกรรมบำบัดในผู้ป่วยกลุ่มต่าง ๆ
นักกิจกรรมบำบัด (Occupational Therapist)
กิจกรรมบำบัดวิชาชีพทางการแพทย์แขนงหนึ่ง โดยผู้ที่สามารถประกอบอาชีพนี้ได้จะต้องจบการศึกษาด้านกิจกรรมบำบัดมาโดยตรง
เราดูแลผู้ป่วยกลุ่มใดบ้าง
• ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาตครึ่งซีก
• ผู้ป่วยที่มีอาการบาดเจ็บไขสันหลัง
• กลุ่มผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม
• กลุ่มผู้ป่วยที่มีปัญหากลืนลำบาก สำลักอาหาร
กิจกรรมบำบัดทำอะไร
• ฝึกทักษะการทำงานของกล้ามเนื้อแขนและการทำงานของมือ
• ฝึกทักษะด้านการรับรู้ ความเข้าใจ ฝึกสมาธิในการทำกิจกรรม
• ฝึกการทำกิจวัตรประจำวันขั้นพื้นฐานและขั้นสูง เช่น การสวมใส่เสื้อผ้า
• ฝึกกระตุ้นการกลืนและการรับประทานอาหาร
• ฝึกกระตุ้นระบบประสาทรับความรู้สึก
• ให้คำปรึกษาและคำแนะนำทางกิจกรรมบำบัด
• การฝึกพัฒนาการในเด็กปกติ ในเด็กที่มีอาการทางสมอง คลอดผิดปกติส่งผลทำให้มีพัฒนาการล่าช้ากว่าเด็กปกติ
กิจกรรมบำบัดต่างจากกายภาพบำบัดอย่างไร??
กิจกรรมบำบัดจะเน้นการเพิ่มความสามารถในการทำกิจกรรม ส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีทักษะต่างๆสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง เพิ่มศักยภาพและคุณค่าในตัวเองของผู้ป่วย

#ฝึกการกลืน #ฝึกการกลืนที่บ้าน #กิจกรรมบำบัด #ทำกิจกรรมบำบัดที่บ้าน #กิจกรรมบำบัด #ฝึกการรับรู้ ความเข้าใจ #กิจกรรมในผู้ป่วยสมองเสื่อม #สำลักอาหาร #ฝึกกล้ามเนื้อแขนและมือ #ฝึกกล้ามเนื้อแขนและมือที่บ้าน #ฝึกการหยิบจับสิ่งของ #ฝึกใส่เสื้อ #มือและแขนไม่มีแรง #ฝึกกิจกรรมบำบัดที่บ้าน

 

 


 

ลินิกกายภาพบําบัดรามคําแหง

 

ฟิศซินโดรม /วดหลัง /วดบ่า /วดขา /วดเข่า

  เรารักษาได้  

คลินิกกายภาพบําบัดรามคําแหง

 หายป่วยด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ม่ต้องกินยา ม่ต้องผ่าตัด !! 

BKK Physicaltherapy Clinic

คลินิกกายภาพบําบัดรามคําแหง

อฟฟิศซินโดรม / ปวดหลัง / ปวดบ่า / ปวดขา / ปวดเข่า

 


  


กายภาพบำบัด โรคออฟฟิศซินโดรม    กายภาพบำบัด ปวดหลัง  ปวดบ่า  ปวดขา  ปวดเข่า    กายภาพบำบัด อัมพฤกษ์ อัมพาต เดินไม่ได้   กายภาพบำบัด โรคกระดูกสันหลังคต

โทรปรึกษาอาการเบื้องต้นกับนักกายภาพบําบัดมืออาชีพของเราฟรี ! ได้ที่ …

097-0436569 ติดต่อ: คุบ้ 

อดีตนักกายภาพวิชาชีพประจำโรงพยาบาลกรุงเทพ ได้เลยครับ 

โบ้ยินดีให้คำปรึกษาฟรีเลยครับผม (^◡^ )

Line iD : @631kwkdz

 

ฟิศซินโดรม /วดหลัง /วดบ่า /วดขา /วดเข่า

  เรารักษาได้  

คลินิกกายภาพบําบัดรามคําแหง  

50 ซอยรามคำแหง 21(นวศรี) ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240

©Copyright สงวนลิขสิทธิ์ เนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซต์นี้ ห้ามมิให้นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หากฝ่าฝืนทางเราสามารถดำเนินคดีได้ตามกฎหมาย